Categories
สุขภาพผู้หญิง

ข้อดีของการไม่กำจัดขนน้องสาว ที่ผู้หญิงควรรู้

ข้อดีของการไม่โกนขนน้องสาว หรือ จุดซ่อนเร้น ดีอย่างไร สำหรับสาวๆ ที่กำลังสงสัยว่าขนจุดซ่อนเร้นมีประโยชน์อย่างไร ควรต้องปล่อยไว้ หรือกำจัดให้เนียนกริบกันแน่ เราจะพาไปไขข้อสงสัยเหล่านี้กัน

การที่มีขนขึ้นตามร่างกายสำหรับหนุ่มๆ อาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับสาวๆ กลับมองว่าขนเหล่านั้นควรถูกกำจัดออกไปให้เนียนกริบ โดยเฉพาะขนรักแร้ และขนขา เพราะหากปล่อยไว้ก็มีแต่จะทำให้เราเสียความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้าที่ต้องอวดผิว รวมไปถึงการกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีโกน เลเซอร์ หรือแว็กซ์ขนจุดซ่อนเร้น ซึ่งทำให้น้องสาวของคุณเรียบเนียน และมีความมั่นใจมากขึ้นเวลาใส่บิกินี่ ก็เป็นจุดที่ได้รับความนิยมจากสาวๆ เช่นกัน

แต่สาวๆ รู้หรือไม่ว่าขนน้องสาวนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่คิด และอย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจไปกำจัดออกจนกว่าจะได้รู้ข้อดีของขนน้องสาวที่นำมาฝากในวันนี้ ว่าแล้วจะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันก่อนเลย

ข้อดีของการไม่โกนขนน้องสาว

1.ช่วยลดการเสียดสีระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศเป็นจุดที่บอบบาง และอ่อนไหวมาก โดยขนน้องสาวจะเป็นตัวช่วยลดแรงเสียดทาน หรือแรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้ ทำให้อวัยวะเพศของเราไม่เกิดการฟกช้ำ หรือระบมหลังจากเสร็จกิจ

2.ช่วยป้องกันเชื้อโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

ขนน้องสาวสามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคหูดข้าวสุก, เริม, เนื้ออักเสบ และโคนขนอักเสบ เป็นต้น อีกทั้งยังมีวิจัยทางการแพทย์ออกมาบอกว่าการโกนขน หรือการกำจัดขนด้วยวิธีอื่นๆ จะทำให้เกิดบาดแผลเล็กๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

3.ป้องกันการไวต่อความรู้สึก

เวลาที่สาวๆ นั่ง หรือมีอะไรมาสัมผัสที่บริเวณอวัยวะเพศ ขนน้องสาวจะช่วยรับสัมผัสนั้นแทนที่จะโดนอวัยวะเพศของเราโดยตรง ซึ่งช่วยลดการไวต่อความรู้สึกได้เป็นอย่างดี

4.ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

นอกจากจะช่วยป้องกันอวัยวะเพศของเราจากอันตรายต่างๆ แล้ว ขนน้องสาวยังช่วยกักเก็บกลิ่นอับชื้น หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นประจำเดือน ไม่ให้เล็ดลอดออกมาทำให้สาวๆ เสียเซลฟ์ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยดูดซับเหงื่อได้อีกด้วย

5.ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

อย่างที่รู้กันดีว่าสัตว์ในเขตเมืองหนาวจะมีขนฟูมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เช่นเดียวกับขนน้องสาวที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิบริเวณอวัยวะเพศให้อบอุ่นอยู่เสมอ

6.ช่วยดูดซับฟีโรโมน

โดยปกติแล้วฟีโรโมนของมนุษย์จะถูกหลั่งออกจากร่างกายทางบริเวณรักแร้ หัวนม และอวัยวะเพศ ดังนั้น ข้อดีของขนน้องสาวก็คือจะช่วยกักเก็บฟีโรโมนที่หลั่งออกมาจากอวัยวะเพศให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดต่อเพศตรงข้าม

เมื่อรู้ประโยชน์ของขนน้องสาวแบบนี้แล้ว เชื่อว่าตอนนี้สาวๆ หลายคนคงจะเปลี่ยนความคิดที่จะกำจัดขนน้องสาวทิ้งกันแล้วแน่ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อจะได้มีสุขอนามัยที่ดีด้วยนะคะ

เคล็ด (ไม่ลับ) แนะนำเพิ่มเติม

ยาสตรี
ยาสตรี

สำหรับสาวๆ ที่ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนขาด ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปวดประจำเดือนบ่อยๆ มีอาการตกขาว หรืออยากผิวพรรณผ่องใส ทางเรามีสิ่งดีๆ มาฝาก คือการทาน “ยาสตรี

“ยาสตรี” จะช่วยแก้ไขปัญหาที่สาวๆ กำลังเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวยาที่มาจากสมุนไพรธรรมชาติ ช่วยตอบโจทย์ปัญหาของผู้หญิง สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นยาฟอกเลือด บำรุงเลือด ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส แต่ถึงอย่างไรนั้นเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ยาสตรีที่เราจะเลือกนั้น สรรพคุณดี มีความน่าเชื่อถือ และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จริงๆ ไม่ต้องไปเสี่ยงเลือกแล้วนะคะสาวๆ ทางเราขอแนะนำและเลือกมาให้แล้ว คือ ยาสตรีฟลอร่า ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของผู้หญิง จริงๆ ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
เฟซบุ๊ก ใกล้หมอจิ๋ม, littlethings.com
https://women.kapook.com/view232459.html#lead:related:6Ya7JB3478zk5Vbbhvjka4:1:https://women.kapook.com/view205803.html

Categories
สุขภาพผู้หญิง

ผิดปกติหรือไม่? ประจำเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือน

ประจำเดือนของสาวๆ ส่วนใหญ่จะมาแค่เดือนละครั้ง แต่จู่ๆ ก็มีเลือดคล้ายประจำเดือนไหลออกมาอีกครั้ง ลักษณะเหมือนเป็นประจำเดือน 2 ครั้งต่อเดือน ผิดปกติหรือไม่? การที่ประจำเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือน ถือเป็นความผิดปกติของร่างกาย ที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

1.ฮอร์โมนไม่คงที่

สำหรับวัยรุ่นที่เพิ่งจะเป็นประจำเดือนในช่วงแรก ๆ ร่างกายอาจยังผลิตฮอร์โมนและรังไข่ยังมีการตกไข่ที่ไม่เต็มที่ ดังนั้นก็อาจทำให้ประจำเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือน หรือมีภาวะประจำเดือนผิดปกติได้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี ฮอร์โมนและการตกไข่จะเริ่มคงที่ อาการประจำเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือน หรืออาการประจำเดือนมาไม่ปกติก็น่าจะหายไป หากยังคงเป็นประจำเดือน 2 รอบต่อเดือน หรือยังคงมีอาการประจำเดือนผิดปกติในช่วงปีที่ 4-5 ตั้งแต่เป็นประจำเดือนครั้งแรก ก็ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป

2.ระยะรอบเดือนสั้น

ปกติแล้วผู้หญิงจะมีระยะรอบเดือนประมาณ 21-35 วัน หรือ 28 วันโดยเฉลี่ย แต่ในบางคนอาจมีระยะรอบเดือนสั้นกว่านั้น คือ 14-15 วัน ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ที่รอบเดือนจะมา 2 ครั้ง ใน 1 เดือน ซึ่งถ้ารอบเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือนโดยไม่มีอาการผิดปกติอะไร เช่น ปวดท้องหนักมาก ประจำเดือนมามาก(เปลี่ยนผ้าอนามัยเกิน 5 แผ่นต่อวัน) ก็ถือว่าไม่ผิดปกติ

3.ไข่ไม่ตก

ภาวะไข่ไม่ตกจะส่งผลให้ร่างกายไม่สร้างฮอร์โมนเพศมาเปลี่ยนผนังเยื่อบุมดลูก ทำให้เยื่อบุมดลูกลอกออกมาเป็นประจำเดือนได้ไม่หมดในครั้งเดียวเลือดประจำเดือนซึ่งมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวก็จะไหลออกมา 2 ครั้งใน 1 เดือนได้ โดยจะห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งช่วงที่เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวจะมีเลือดออกมาเล็กน้อย ประมาณ 1-2 วัน แต่ไม่ถือว่าผิดปกติ สาเหตุที่ไข่ไม่ตกอาจจะมาจากภาวะเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือภาวะอ้วนเกินไป ผอมเกินไป ออกกำลังกายหนักมากเกินไป ก็เป็นปัจจัยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติจนส่งผลให้ไข่ไม่ตกนั่นเอง

4.วัยทอง

ไม่ใช่แค่ช่วงวัยรุ่นเท่านั้นที่ฮอร์โมนยังไม่คงที่ แต่ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนก็มีภาวะฮอร์โมนแกว่ง ๆ เหมือนกัน โดยจะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศถูกผลิตน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมีประจำเดือนได้ โดยอาจทำให้ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมามาก หรือประจำเดือนมา 2 ครั้งต่อเดือนก็ได้

5.ยาเม็ดคุมกำเนิด

สำหรับคนที่กินยาคุมกำเนิดแผงแรก อาจมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือบางคนอาจมีภาวะฮอร์โมนไม่คงที่ จนทำให้เป็นประจำเดือน 2 ครั้งต่อเดือนได้ หรือคนที่กินยาคุมฉุกเฉินก็อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่าอาการเลือดออกผิดปกติของเราอันตรายไหม

6.ความผิดปกติภายในของผู้หญิง

การที่มีเลือดออกผิดปกติ อย่างเป็นประจำเดือน 2 ครั้งต่อเดือน อาจเกิดจากเยื่อบุมดลูกผิดปกติ ปากมดลูกอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ ภาวะท้องนอกมดลูกแท้งบุตร เนื้องอก หรือมะเร็งก็เป็นได้ โดยสาว ๆ ควรจะสังเกตอาการเลือดออกผิดปกติของตัวเองให้ดี หากเลือดที่ออกมาจากช่องคลอดมีกลิ่นเหม็นมากมีอาการเจ็บที่ปากมดลูกร่วมด้วย เป็นประจำเดือนนานเกิน 7 วัน หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เคสดังที่กล่าวมาควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากสาวๆ คนไหนมีประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนไม่มา แอดมินขอแนะนำไอเท็มดีๆ คือ กิน “ยาสตรี” นะคะ “ยาสตรี” ที่และนำที่แอดมินกินเป็นประจำก็คือ ยาสตรีฟลอร่า เพราะเห็นผลชัดเจนทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ แถมยังไม่ปวดประจำเดือนและผิวใสขึ้นอีกด้วยค่ะ และควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา จะได้ความสบายใจ สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะคะ

ยาสตรี
ยาสตรี

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
รายการรั้วรอบครอบครัว โดยรศ.ร.อ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ ร.น. facebook/PPATBANGKOK
https://ppat.or.th/ประจำเดือนมา-2-ครั้งต่อเ/

Categories
ความรู้เกี่ยวกับยาสตรี

“ยาสตรี” กินอย่างไร? ให้ดีต่อสุขภาพที่สุด

ยาสตรี” เป็นยาที่เหมาะกับผู้หญิงอย่างเรา ตั้งแต่รุ่นสาวไปจนถึงวัยชรา มีขายทั่วไปตามท้องตลาด ช่วยบำรุงธาตุไฟ หมุนเวียนโลหิต แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยขับน้ำคาวปลาสำหรับสาวๆ หลังคลอดบุตรด้วย

แต่ไม่ว่าจะทานเพื่อจุดประสงค์อะไรก็แล้วตาม เราก็ควรรู้จักยาสตรีให้ดีก่อน ว่าส่งผลอะไรต่อสุขภาพของเราบ้าง จะได้ไม่ทานผิดถูกจนเกิดอันตรายได้นั่นเอง

ยาสตรี ที่ปัจจุบันมีขายกันทั่วไปตามท้องตลาดนั้นเป็นยาแผนโบราณ มีมากมายหลายชนิด ทางแพทย์แผนไทยถือว่าเป็นยาร้อน บำรุงธาตุไฟ ช่วยในการหมุนเวียนของเลือด เป็นยายอดนิยมของสตรี มียอดขายหลายร้อยล้านบาทต่อปี มีทั้งชนิดแคปซูล เม็ด หรือน้ำ มักจะบอกสรรพคุณว่า ช่วยฟอกเลือด บำรุงเลือด บำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้มีเลือดฝาดเปล่งปลั่ง บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ปวดประจำเดือน แก้จุกเสียด ใช้ขับน้ำคาวปลา ทำให้มดลูกแห้งเร็ว กินเป็นยาแทนการอยู่ไฟ

“ยาสตรี” เป็นยาที่สกัดมาจากสมุนไพร

ซึ่งแบ่งส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนี้

1.สมุนไพรที่มีฤทธิ์ ขับลม เจริญอาหาร เป็นยาระบายอย่างอ่อน บำรุง ร่างกาย บำรุงโลหิต แก้ลมวิงเวียน เช่น น้ำมันสะระแหน่ ดอกคำฝอย ชะเอม ดอกจันทน์ น้ำผึ้ง เปลือกส้ม ขิง ข่า ตะไคร้ กานพลู ขมิ้นชัน การบูร ไพล พริกไทย เทียนดำ เทียนแดง แก่นขี้เหล็ก แก่นฝาง

2.สมุนไพรที่มีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ว่านชักมดลูก โกศเชียง(ตังกุย) กวาวเครือขาว

3.แอลกอฮอล์เป็นส่วนที่ใช้สกัดยาออกจากสมุนไพร

และเนื่องจากส่วนผสมมีฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อกินเข้าไปในร่างกาย จะไปกระตุ้นเยื่อบุโพรง มดลูกให้หนาตัวขึ้น เมื่อหยุดรับประทานยาสตรี ในคนที่ยังไม่หมดประจำเดือน จะมีประจำเดือนไหลออกมา เหมือนกับการกินยาคุมกำเนิด หากมีการตั้งครรภ์ นอกจากฮอร์โมนเพศหญิงไม่ได้ทำให้เด็กแท้งแล้ว อาจจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย

ในกรณีที่มีการโฆษณาสรรพคุณยาสตรีครอบจักรวาล เพิ่มสรรพคุณป้องกันมะเร็งเข้าไปอีกด้วย ซึ่งไม่เป็นความจริง ผู้หญิงจึงทานยาสตรีโดยไม่รู้ว่าตนเองเหมาะสมที่จะทานหรือไม่

ทานยาสตรีอย่างไร?..ให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

  1. ทานมากไป ฮอร์โมนอาจผิดปกติ

จริงๆ แล้วทางการแพทย์ไม่ได้สนับสนุนให้สาวๆ ทานยาสตรีสักเท่าไหร่ เพราะถ้าหากทานเข้าไปในปริมาณมากๆ และนานติดต่อกันก็อาจจะทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายหรือฮอร์โมนรวนได้ ซึ่งอาจจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ อารมณ์แปรปรวนหรือเกิดความผิดปกติภายในมดลูกได้เลยล่ะ

  1. ช่วยปรับสมดุลให้กับฮอร์โมนเพศ

ยาสตรีมีสารโฟโตเอสโตรเจน ที่มีสรรพคุณคล้ายๆ กับฮอร์โมนเพศหญิง จึงช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี และช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ด้วยนะ

  1. ยาสตรีไม่ได้ช่วยในเรื่องของประจำเดือนเสมอไป

สาวๆ คนไหนที่คิดว่า ทานยาสตรีแล้วจะช่วยในเรื่องของประจำเดือน จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะเรื่องของประจำเดือนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ หากประจำเดือนมาน้อยก็ไม่จำเป็นต้องทานยาสตรีเพื่อขับออกมา นอกซะจากว่าประจำเดือนไม่มา มาบ้างไม่มาบ้าง จึงค่อยทานยาสตรีจะดีกว่านะคะ

  1. เสี่ยงแอลกอฮอล์ในยาสตรี

ยาสตรีเกือบทุกยี่ห้อมักมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมอยู่ เพราะฉะนั้นหากเราทานยาสตรีเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะได้รับความเสี่ยงเท่าๆ กับการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานานได้ เพราะฉะนั้นไม่ควรทานยาสตรีติดต่อกันนานๆ หรือว่าควรเลือกยาสตรีที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ยาสตรีที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อย่างเช่น ยาสตรีฟลอร่า เป็นต้น

  1. ไม่เหมาะกับหญิงให้นมลูก

สาวๆ คนไหนที่เพิ่งจะคลอดลูกน้อยและอยู่ในช่วงที่กำลังให้นมลูก แนะนำว่าไม่ควรทานยาสตรีนะคะ เพราะแอลกฮอลล์ในยาสตรีอาจจะปะปนออกมากับน้ำนม ทำให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยของเราได้ค่ะ และยังอาจจะทำให้ลูกน้อยเป็นเด็กติดแอลกอฮอล์ตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วย

  1. เสี่ยงต่อหญิง ตั้งครรภ์ และคนป่วย

ใครที่กำลังมีครรภ์หรือกำลังมีไข้ไม่สบาย ก็ไม่ควรทานยาสตรีนะคะ เพราะอาจจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้ากว่าเดิม และยังเสี่ยงต่อการแท้งอีกด้วย

ได้รู้จักกับยาสตรีอย่างลึกซึ้งกันไปแล้ว หากต้องการทานยาสตรีที่มีประสิทธิภาพ ควรเลือกยาสตรีที่เหมาะสมกับเรา เราก็สามารถทานยาสตรีได้อย่างปลอดภัยกันแล้ว ใครที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ให้นมลูกหรือกำลังเจ็บป่วยไม่สบาย งดกินยาสตรีไปก่อนนะคะ

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
https://floraherb.shop/news-updates/กินยาสตรีดีอย่างไร/

Categories
สุขภาพผู้หญิง

ประจำเดือนขาด ทำอย่างไรดีนะ?

  • ผ่อนคลาย ไม่เครียด ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประจำเดือนขาดได้ ควรพยายามทำร่างกาย และจิตใจให้ผ่อนคลาย อาจจะไปเที่ยว ทำงานน้อยลง ทำจิตใจให้สบาย ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย

  • หมั่นสังเกตร่างกาย เมื่อประจำเดือนเริ่มหายไปแม้เพียงเดือนเดียว ควรเริ่มจดบันทึกเพื่อดูว่าประจำเดือนหายไป หรือแค่มาช้ากว่ากำหนด และคอยสังเกตความผิดปกติของร่างกาย เช่น มีน้ำนมไหลออกมาทั้งที่ไม่ตั้งครรภ์หรือไม่ มีอาการปวดท้องผิดปกติ มีขน มีหนวดขึ้นผิดปกติ หรือไม่

  • ไม่หักโหมออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายด้วยความเหมาะสม ไม่ออกกำลังกายหนัก หรือมากเกินไป โดยเฉพาะหากเป็นผู้หญิงที่ผอม มีไขมันน้อย อาจจะเน้นการออกกำลังกายที่เน้นการเพิ่มกล้ามเนื้อ แทนการออกกำลังกายที่ออกแรงเยอะ ๆ เพื่อลดไขมัน เช่น อาจจะโยคะ แทนการวิ่ง

  • ควบคุมน้ำหนัก ให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ไม่อ้วนไป หรือผอมไป หากรู้ตัวว่าผอม หรือมีสัดส่วนไขมันในร่างกายน้อย ควรรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มน้ำหนัก เน้นอาหารที่เพิ่มไขมันดี หรือหากน้ำหนักตัวเยอะ อาจจะค่อย ๆ ลดน้ำหนัก แต่ไม่ควรอดอาหาร หรือลดน้ำหนักเร็วเกินไป

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ รับประทานให้ครบ 3 มื้อ และ เน้นอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาจจะเน้นอาหารที่มีธาตุเหล็ก แคลเซียม เพิ่มขึ้น

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น

  • พบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว หากประจำเดือดขาดหายไป ควรไปพบแพทย์ หรือ สูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่ประจำเดือนหายไป ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เพื่อตรวจรักษา โดยแพทย์จะซักประวัติ ตรวจภายใน อัลตราซาวด์ ตรวจดูระดับฮอร์โมน ฯลฯ

ประจำเดือนขาด ควรรักษาอย่างไร?

การรักษา ภาวะประจำเดือนขาด นั้น รักษาได้หลายวิธี โดยต้องหาสาเหตุให้พบว่าเกิดจากอะไรกันแน่ เช่น

1.กินยาฮอร์โมนเสริม หากเกิดจากสาเหตุเช่น ผอมเกินไป อ้วนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่ใช่ความผิดปกติหรือเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ เบื้องต้นเพื่อให้ประจำเดือนมาปกติ คุณหมออาจจ่ายยาฮอร์โมน ซึ่งเป็นตัวยาเดียวกับยาเลื่อนประจำเดือนที่เราคุ้นเคย ซึ่งเมื่อกินยาแล้ว จะทำให้ประจำเดือนมาได้ โดยอาจให้กินยาเป็นประจำในช่วงเดียวกันของทุก ๆ เดือน ประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ประจำเดือนมาปกติ ให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมา และหลังจากนั้นให้ลองดูว่าประจำเดือนมาได้เองโดยไม่จำเป็นต้องกินยาหรือไม่

2.กินยาคุมกำเนิด หากมีความผิดปกติ เช่น ถุงน้ำรังไข่หลายใบ แพทย์อาจจ่ายยาคุมกำเนิดแบบเม็ด หรือยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อช่วยรักษาอาการ

3.รักษาอาการป่วยอื่น ๆ หากตรวจวินิจฉัยแล้ว พบว่าการขาดหายไปของประจำเดือนเกิดจากความผิดปกติ เช่น เนื้องอกต่อมใต้สมอง มีมดลูกผิดปกติ ก็รักษาโรค หรือ อาการเจ็บป่วยนั้น ๆ เมื่อรักษาหายแล้ว ประจำเดือนก็จะกลับมาได้ตามปกติ

ยาสตรี
ยาสตรี

4.กิน “ยาสตรี สามารถช่วยรักษาอาการประจำเดือนขาด ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาไม่ปกติได้ เพราะ “ยาสตรี” มีสรรพคุณเป็นยาฟอกเลือด บำรุงธาตุ บำรุงเลือด ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส ยาสตรีฟลอร่า ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของผู้หญิง ค่ะ

อาการประจำเดือนขาด ในลักษณะใดที่ควรไปพบแพทย์ทันที

สำหรับการขาดประจำเดือนหรือประจำเดือนไม่มา 1 เดือน อาจจะไม่มีสาเหตุให้ต้องกังวลมากนัก อาจเกิดจากความเครียด การออกกำลังกายมากเกินไป หรือกินอาหารไม่เพียงพอ แต่หากขาดประจำเดือนนานกว่านั้น หรือขาดประจำเดือน 3 รอบขึ้นไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บป่วยใดๆ ที่ทราบอยู่แล้ว หรือเกิดการตั้งครรภ์ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็ก รวมถึงมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • การมองเห็นเปลี่ยนไป มองไม่ชัด ตาพร่า
  • มีไข้
  • ผมร่วง
  • อาเจียน
  • หน้าอกเปลี่ยนแปลง หรือมีการผลิตน้ำนม

นอกจากนี้หากมีลักษณะที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติอื่นๆ ทำให้ประจำเดือนไม่มาควรไปพบแพทย์ทันที คือ เด็กผู้หญิงที่อายุประมาณ 13-15 ปีและเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้วแต่ประจำเดือนไม่มา โดยไม่มีการพัฒนาทางร่างกายร่วมด้วย เช่น หน้าอกไม่ขยาย ไม่มีขนขึ้นที่อวัยวะเพศ ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/missed-period.html
https://www.sanook.com/health/19449/

Categories
สุขภาพผู้หญิง

สาวๆ ควรรู้ไว้ ความรู้เกี่ยวกับ ประจำเดือน

1.ปกติผู้หญิงจะมีประจำเดือนเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น คืออายุประมาณ 12-13 ปี แต่ก็เคยพบว่าเด็กผู้หญิงอายุ 8 ปีก็มีประจำเดือนแล้ว และในปัจจุบันเด็กผู้หญิงจะมีแนวโน้วการมีประจำเดือนในอายุที่น้อยลง

2.ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีประจำเดือนเร็ว คือ โรคอ้วน

3.ในช่วง 2 ปีแรกของการมีประจำเดือน มักจะมีมาไม่สม่ำเสมอ เพราะการผลิตฮอร์โมนที่ยังไม่สมดุล

4.โดยปกติแล้ว ประจำเดือนจะมีทุกๆ 28 วัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับอายุด้วย ถ้าอายุยังไม่ถึง 21 ปี มักจะมีระยะห่างประมาณ 33 วัน พออายุ 21 ปีขึ้นไปมักจะมีระยะห่าง 28 วัน และเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปจะมีระยะห่างลดลง คือประมาณ 26 วัน

5.ผู้หญิงจะมีประจำเดือนเฉลี่ยคือ 6 วัน โดยพบว่า มีผู้หญิงประมาณ 5% ที่มีประจำเดือนมาน้อยกว่า 4 วัน

6.หากมีประจำเดือนมามากกว่า 7 วัน จะเรียกว่า ประจำเดือนมามาก

7.ผู้หญิง 9-14% จะมีประจำเดือนมามาก คือมามากกว่า 7 วัน

8.ถ้าหากประจำเดือนมานานเกิน 8 วัน จะถือว่ามามากผิดปกติ ซึ่งเกิดในผู้หญิงราว 4%

9.สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมามาก มักเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุล จึงเกิดการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกมากเกินไปหรือหนาเกินไป ทำให้กระบวนการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อกลายเป็นเลือดประจำเดือนมากตามไปด้วยนั่นเอง

10.ประจำเดือนมามากผิดปกติ อาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาฮอร์โมน การให้เคมีบำบัด การใส่ห่วงคุมกำเนิด ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด หรือการกินยาคุมกำเนิด

11.ประจำเดือนมามากและหลายวันเกินไป อาจทำให้เป็นโรคโลหิตจางได้ อาการที่เด่นชัดคือ เพลีย เหนื่อยง่าย มีเสียงในหู ใจสั่น

12.ผู้หญิงที่ไม่มีประจำเดือนมักจะมีฮอร์โมนเอสโตเจนต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระดูกพรุนในอนาคต การได้รับฮอร์โมนจะช่วยได้

13.เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป หรือใกล้เข้าวัยทอง แทนที่ประจำเดือนจะมาน้อยลงกลับมามากกว่าปกติ

14.อาการปวดประจำเดือน เกิดจากมดลูกมีการบีบตัวและคลายตัวอย่างแรงเพื่อไล่เลือดที่อยู่ในมดลูกออกมา

15.การปวดท้องอาจจะปวดก่อนมีประจำเดือนหลายวัน เมื่อประจำเดือนมาแล้วอาการปวดจะดีขึ้นได้เอง

16.ผู้หญิงที่ปวดประจำเดือนมาก หรือประจำเดือนมาผิดปกติบ่อยๆ อาจจะมีเนื้องอกในมดลูก และเป็นหมัน

17.ผู้หญิงราว 10-15% จะมีอาการปวดประจำเดือนมากจนถึงขั้นต้องหยุดงาน

18.ยาที่นิยมใช้บรรเทาปวดประจำเดือนได้แก่ aspirin, ibuprofen

19.ความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือนที่พบบ่อยๆ คือ ไม่มีประจำเดือนหรือประจำเดือนไม่มา และประจำเดือนมามากเกินไป

20.หากประจำเดือนมามากเกินไป อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบอวัยวะสืบพันธุ์ จึงควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดูช่องคลอด ปากมดลูก ว่ามีก้อน แผล หรือติ่งเนื้อหรือไม่ ทำการเก็บเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจว่าติดเชื้อหรือมีการอักเสบหรือไม่ แพทย์จะคลำตรวจมดลูกและรังไข่ว่ามีขนาดปกติหรือไม่ กดแล้วเจ็บไหม หรือพบก้อนผิดปกติหรือเปล่า

เพราะมดลูกมีความเกี่ยวโยงกับประจำเดือน หากเกิดความผิดปกติขึ้นที่มดลูก ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ประจำเดือนก็จะผิดปกติไปด้วย ดังนั้น หากมีประจำเดือนมามากผิดปกติ ประจำเดือนไม่มา หรือมาๆ หายๆ รวมถึงอาการปวดประจำเดือนที่มากขึ้น หรือมีตกขาวมามาก เราขอแนะนำไอเท็มดีๆ อย่างเช่น “ยาสตรี” ฟลอร่า ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของผู้หญิง เป็น “ยาสตรี” ที่แอดมินทานตลอดและเห็นผลชัดเจนค่ะ และควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดต่อไปนะคะ

ยาสตรี
ยาสตรี

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
https://www.paolohospital.com/th-TH/center

Categories
ความรู้เกี่ยวกับยาสตรี

“ยาสตรี” คืออะไร? มาทำความรู้จักกัน

ยาสตรี” คือ ยาสมุนไพรแผนโบราณมักประกอบตามสูตรต่างๆที่บันทึกไว้ ดังจะเห็นได้จากยาสตรียี่ห้อต่างๆในปัจจุบัน ส่วนประกอบที่สำคัญของยาสตรีมักจะเป็นสมุนไพรต่างๆ ได้แก่ โกฏเชียง โกฏหัว บัว ตานเซียม กิ่งอบเชย บักดี้ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเมื่อนำมาผสมกัน ตัวแอลกอฮอล์ก็จะสกัดเอาสารสำคัญชนิดหนึ่งออกมา เรียก phytoestrogen ยาสตรีมักจะให้สรรพคุณอยู่สองประเภท คือ 1. ประเภทบำรุงเลือด และ 2. ประเภทขับเลือด โดยแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณและข้อควรระวังที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามส่วนประกอบของยาสตรีจะประกอบด้วยกัน 3 ส่วนคือ 1. สมุนไพรออกฤทธิ์ทั่วไป 2. สมุนไพรที่ออกฤทธิ์ให้ฮอร์โมนเพศหญิง 3. แอลกอฮอล์ ดังนั้นสรรพคุณของยาสตรีแต่ละยี่ห้อก็จะแตกต่างกันออกไปตามส่วนประกอบที่ใส่มาในตำหรับของยา ซึ่งสามารถจำแนกตามสรรพคุณได้ดังต่อไปนี้

สมุนไพรและสารออกฤทธิ์ในยาสตรี

โกฐหัวบัว ชื่อสามัญ Szechuan lovage, Selinum เป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ส่วนของเหง้าคือส่วนที่นำมาใช้ทำยา ซึ่งเรียกว่า “โกฐหัวบัว” เหง้ามีรสเผ็ด ขมเล็กน้อย เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ ตับ และถุงน้ำดี ใช้เป็นยาฟอกเลือด แก้เลือดน้อย แก้โรคโลหิตจาง บำรุงโลหิต ใช้โกฐหัวบัวรักษาสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนไม่มา หรือมีอาการปวดประจำเดือน

โกฐเชียง หรือตังกุย ชื่อวิทยาศาสตร์ Angelica sinensis ไม้ล้มลุก รากสดอวบหนา รูปทรงกระบอก แยกเป็นรากแขนงหลายราก มีสรรพคุณเป็น สมุนไพรบำรุงเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียน บำรุงโลหิต รักษาโรคเลือดในระบบหัวใจและตับพร่องสำหรับสุภาพสตรีก็จะส่งผลให้ผิวพรรณดูมีเลือดฝาด มีน้ำมีนวล ขึ้น

ว่านชักมดลูกตัวเมีย ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma comosa Roxb. ตามสรรพคุณตำรายาไทยนั้น จะใช้ว่านชักมดลูกตัวเมียเป็นหลัก เพราะมีสรรพคุณรักษาอาการต่าง ๆ ของสตรี ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ ปวดท้องประจำเดือน ตกขาว ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าว่านชักมดลูกตัวเมียจะออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดีเพราะมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มไดแอริลเฮปตานอยด์เรียกสารชนิดนี้ว่า ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน

ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) เป็นฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งร่างกายเราผลิตจากรังไข่ รก หรือต่อมหมวกไต โดยฮอร์โมนกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อการแสดงลักษณะของเพศหญิง นับตั้งแต่การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีประจำเดือน ตกไข่ ตั้งท้อง/การตั้งครรภ์ ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน

ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) คือสารประกอบที่ได้จากพืช พบได้ในอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถั่วเหลือง มีสรรพคุณในการลดโอกาสในการเกิดโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม และวัยทอง

แอลกอฮอล์ สาเหตุที่ต้องใส่เนื่องจากการใช้แอลกอฮอล์ในการสกัดเอาสารสำคัญออกจากพืช ทำให้มีรายงานพบว่ามีผู้หันมาดื่มยาสตรีแทนเหล้า ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น พิษสุรา ได้

ข้อควรระวังในการใช้ยาสตรี

ในตำรับยาสตรีบางตำรับไม่มีการผสมแอลกอฮอล์ลงไปในสูตร ส่วนมากมักจัดตนเองอยู่ในประเภทยาบำรุงเลือดก็อาจไม่ส่งผลเสียใดๆ แต่ในยาสตรีบางตำรับมีการใส่แอลกอฮอล์ลงไปผสมด้วยซึ่งอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ดังนั้น ผู้บริโภคจำเป็นต้องอ่านฉลากอย่างละเอียดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ หากมีการระบุว่าสตรีมีครรภ์ห้ามรับประทานก็จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เนื่องจากยาสตรีมีส่วนประกอบที่แตกต่างกัน แม้จะมีชื่อว่าเป็นยาสตรีเหมือนกัน ส่วนประกอบบางอย่างก็อาจเป็นอันตรายแก่ทารกได้ เช่น หัวเหล้าที่ใส่เพื่อให้มีฤทธิ์รสร้อนตามตำรับ หากสตรีมีครรภ์บริโภคเข้าไปก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อทารกและอาจทำให้แท้งได้ซึ่งทำให้คนส่วนหนึ่งเข้าใจผิดว่ายาสตรีเป็นยาขับเลือด ดังนั้นการเลือกบริโภคจึงเป็นเรื่องที่สำคัญแม้ว่าจะมีการอวดอ้างว่าเป็นยาบำรุงมิใช่ยาขับเลือดก็อาจมีส่วนประกอบอันตรายต่อสตรีมีครรภ์ เช่น หัวเหล้าได้ จึงควรอ่านฉลากอย่างถี่ถ้วนก่อนบริโภคทุกครั้ง

แม้ว่ายาสตรีจะเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน วางขายในร้านที่ดูน่าเชื่อถือ แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงส่วนประกอบแล้วจะพบว่ามีทั้งสรรพคุณและโทษอยู่ ดังนั้นการอ่านฉลากจึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงในสตรีมีครรภ์การเฝ้าระวังก็ยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นไปอีก เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ แม้ตัวยาเองอาจปลอดภัยแต่การบริโภคสารสำคัญบางอย่างมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น ไฟโตเอสโตรเจนหากบริโภคมากเกินไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด ถุงน้ำ (cyst) ที่รังไข่ หรือ ที่เต้านมได้ ดังนั้น เมื่อใช้ยาสตรีจึงควรติดตามการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเองเป็นระยะๆ แม้ราคาของยาสตรีจะไม่สูงมาก คือ ตั้งแต่ หลักสิบไปจนถึงหลายพันบาท แต่ราคาในการรักษากลับสูงกว่านั้นมาก จึงฝากผู้อ่านทุกท่านก่อนจะใช้ยาใดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง อ่านฉลากและติดตามผลอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
https://hd.co.th/drug-nourish-for-woman

Categories
ความรู้เกี่ยวกับยาสตรี

ยาสตรียี่ห้อไหนดี? จัดอันดับยาสตรีที่ดีที่สุด

มาค่ะสาวๆ วันนี้เราจะพามาส่อง “ยาสตรี” ที่นิยมทานกันในท้องตลาด และเป็นที่ประทับใจสาวๆ โดยมีการสำรวจและรวบรวมจากเว็บไซต์และกระทู้ต่างๆ จนได้มาซึ่ง 4 อันดับยาสตรีที่ดีและโด่งดังที่สุด

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคน คงจะคุ้นเคยกับยาสตรี ยี่ห้อดังๆ ที่มีขายตามร้านขายยากันอยู่แล้ว เนื่องจากสุขภาพภายในของผู้หญิงนั้นจะเสื่อมเร็วกว่าผู้ชายหลายเท่า จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้หญิงต้องดูแลตัวเองตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ปัญหาใหญ่ของผู้หญิงบางคนคือการเป็นประจำเดือนมาไม่ปกติ แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วยการทานยาสตรีบำรุงร่างกาย เพราะยาสตรีที่คนนิยมทานกันนั้นก็เพื่อบำรุงระบบไหลเวียนเลือด และช่วยขับประจำเดือน แต่ก่อนจะเลือกทานยาสตรียี่ห้อไหนดี ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะแต่ละยี่ห้อก็อาจจะมีสรรพคุณที่ต่างกันหรือใกล้เคียงกัน อีกทั้งของปลอม ไม่มีคุณภาพ ก็มีเกลื่อนตลาดเช่นกัน ซึ่งก็อาจจะเกิดอันตรายกับร่างกายได้

อันดับที่ 1 ยาสตรีฟลอร่า

ยาสตรียี่ห้อที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ขายดีที่สุดในท้องตลาด ยาสตรีฟลอร่าเป็นยาที่ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยแก้ปัญหา ประจำเดือนมาไม่ปกติ บำรุงธาตุ ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส เรียบเนียน ลดการอักเสบของสิวได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยบำรุงผมและเล็บได้อีกด้วย โดยสมุนไพรหลักๆก็จะมี ฝาง, ว่านสากเหล็ก, โกฐหัวบัว, เอี๊ยะป่อเช่า, คำฝอย และตัวยาอื่นๆ จึงสามารถรับประทานติดต่อกันได้เป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีอันตรายหรือสารตกค้างใดๆ

อันดับที่ 2 ยาสตรีเบนโล

ยาสตรีเบนโล ส่วนประกอบของยาสตรีขวดนี้ จะมี ชวนเกียง, แปะเจียก, หัวแห้งหมู, เล่งจือจี้, คำฝอย, ท่อยิ้ม, โต้วต๋ง, เอี๊ยะบ่อเช่า และตังกุย ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร แก้ประจำเดือนไม่ปกติและเป็นยาแทนการอยู่ไฟ ขับน้ำคาวปลา ช่วยฟอกโลหิต กินไปกินมาก็อาจจะเห็นผลเรื่องผิวพรรณและรูปร่างได้เช่นกัน เพราะช่วยให้เจริญอาหาร และผิวจะนุ่มๆ ดูมีน้ำมีนวลขึ้นเลยล่ะ

อันดับที่ 3 ยาสตรีเพ็ญภาค

ยาสตรีเพ็ญภาค เป็นยาสตรีประเภทสมุนไพรที่มีฤทธิ์ขับลม และช่วยให้เจริญอาหาร แก้ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้จุกเสียด หรือปวดท้องประจำเดือนก็ช่วยได้ รวมถึงเป็นยาระบายอ่อนๆ บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต และมีส่วนประกอบจากสมุนไพรไทยและจีนกว่า 25 ชนิด อาทิ โกฐเชียง โกฐหัวบัว ตานเซียม อบเชย บักคี้ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิง มีส่วนประกอบจาก ว่านชักมดลูก และกวาวเครือขาว แต่ก็ยังมีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในการสกัดตัวยาสมุนไพร ดังนั้นจึงไม่แนะนำกับคนที่กำลังตังครรภ์จ้า

อันดับที่ 4 ยาสตรีบัวแก้ว

ส่วนประกอบของยาสตรีบัวแก้วมี ว่านชักมดลูก, ว่านมหาเมฆ, เอี๊ยะบ่อเช่า, แก่นฝาง, แก่นขี้เหล็ก, ดอกคำฝอย และตัวยาอื่นๆ ที่ช่วยบำรุงโลหิต แก้ประเดือนมาไม่ปกติได้เป็นอย่างดี ไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ เห็นผลเรื่องผิว เนียนนุ่มอิ่มน้ำ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ ถึงแม้ว่าส่วนผสมของสมุนไพรในยาสตรีแต่ละยี่ห้อ จะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่จะเห็นได้ว่า ส่วนผสมหลักๆ ที่มีเหมือนกันคือ ว่านชักมดลูก ซึ่งก็มีคุณสมบัติหลักในการทำงานคือ สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนไม่มา ช่วยแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และบำรุงโลหิต และเมื่อทั้งสองอย่างนี้ดี ก็เหมือนผลพลอยได้ ที่จะทำให้ผิวพรรณผ่องใสดูมีน้ำมีนวลขึ้นมา เลือกยาสตรียี่ห้อไหนดี อันนี้ก็ขึ้นอยู่สาวๆ แล้วล่ะค่ะ แต่อย่าลืมว่ายาสตรีเป็นเพียงแค่ยาบำรุงเท่านั้น ควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองโดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอควบคู่กันไปด้วยนะคะ

Categories
ความรู้เกี่ยวกับยาสตรี

กิน “ยาสตรี” ทำให้แท้งได้ไหม? มาฟังคำตอบกัน

กิน “ยาสตรี” ทำให้แท้งได้ไหม? ไขข้อสงสัยเรื่องยาสตรีขับประจำเดือน

ยาสตรี ที่คนนิยมกินบำรุงเลือดและขับประจำเดือน มักถูกคนเข้าใจว่ากินแล้วจะช่วยขับเลือด ทำให้เด็กในครรภ์แท้งได้ แล้วข้อเท็จจริงคืออย่างไร? กันแน่

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ถ้ากินยาสตรีที่มีฤทธิ์ช่วยขับประจำเดือนจะทำให้ทารกในครรภ์แท้งได้ กลับกลายเป็นทำให้เด็กสาวบางคนที่อาจพลาดพลั้งตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม คิดใช้วิธีนี้ทำแท้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกินยาสตรีจะทำให้แท้งได้จริงๆ หรือ แล้วจะมีอันตรายต่อร่างกายไหม วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเรื่องนี้ให้ผู้หญิงทุกคนทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันค่ะ

คงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อ “ยาสตรี” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นยาสำหรับผู้หญิง มีหลายยี่ห้อมากๆ ที่ดังๆ ก็เช่น ยาสตรีฟลอร่า สรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงเลือดลมให้ไหลเวียนดี ช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส

ด้วยเหตุนี้จึงมีคนนำมากินเพื่อหวังผลจะขับเลือดตอนท้องให้แท้งออกไป เพราะคิดว่าเด็กก็คือ ก้อนเลือด เหมือนกับประจำเดือน แต่มันจะแท้งได้จริงหรือเปล่า? และกินแล้วจะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไร? เรามาดูกัน

ส่วนประกอบของ “ยาสตรี” นั้นสกัดมาจากสมุนไพรมากมายหลายชนิด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ออกฤทธิ์ขับลม บำรุงร่างกาย บำรุงเลือด เช่น น้ำมันสะระแหน่ ดอกคำฝอย ชะเอม ขิง เป็นต้น กลุ่มนี้ไม่ได้มีผลกับการขับเลือดประจำเดือนแต่อย่างใด

กลุ่มที่ 2 ออกฤทธิ์ฮอร์โมน เช่น ว่านชักมดลูก กวาวเครือขาว เป็นต้น กลุ่มนี้กินแล้วกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ก็คล้ายๆ กับยาปรับฮอร์โมนที่หมอให้กินนั่นแหละ พอหยุดกิน 2-3 วัน ฤทธิ์ฮอร์โมนหมดไปก็จะมีประจำเดือนมาไง แต่ในคนท้องจะมีการสร้างฮอร์โมนออกมาเองตลอดเวลา ดังนั้นถึงแม้จะกินยาสตรีเข้าไปมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้เลือดออกจนแท้งได้ค่ะ

แต่ทำไมเคยเห็นคนรู้จักบางคน เขาบอกว่ากินแล้วแท้งจริงๆ ล่ะ ? ก็อาจเป็นเหตุบังเอิญว่าเขาจะแท้งอยู่แล้ว เพราะคนทั่วไปที่ท้องก็มีโอกาส 10-15% ที่เกิดการแท้งได้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มโนเองว่าท้องอยู่ ยังไม่กล้าตรวจการตั้งครรภ์ก็กินยาสตรีเลย พอเลือดออกก็คิดเอาเองว่าแท้งไป

กลุ่มที่ 3 แอลกอฮอล์ ใช้สกัดตัวยาจากสมุนไพรออกมา คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ายาสตรีมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วย และแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นปัญหาถ้าคนท้องกินเข้าไป ถ้ากินนิดเดียวก็อาจไม่เป็นอะไร แต่ถ้ากินเยอะๆ บางคนกินแล้วไม่แท้งก็กินไปเรื่อยๆ อีก ผลก็คือลูกในท้องจะมีความผิดปกติของสมอง ใบหน้า การเจริญเติบโต และอีกมากมาย

สรุปคือ กินแล้วนอกจากไม่แท้ง แถมถ้าคลอดออกมาก็ได้ลูกที่พิการอีกต่างหาก

ดังนั้นสาวๆ ที่ประจำเดือนไม่มาหรือคาดว่าจะท้อง สิ่งที่ควรทำอันดับแรกก็คือตรวจการตั้งครรภ์ก่อนนะคะ ถ้าไม่ได้ท้อง ไม่ได้ตั้งครรภ์จึงกินยาสตรีเพื่อให้ประจำเดือนมาเป็นปกติต่อไป แล้วถ้าท้องล่ะ?

จากข้อมูลก็ชัดเจนแล้วนะคะ ว่าการกินยาสตรีไม่สามารถทำให้แท้งได้ อย่างไรก็ตาม หากใครเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ขออย่าเพิ่งคิดเรื่องทำแท้งเลยนะคะ ลองปรึกษาแพทย์และคนในครอบครัวดูก่อน เพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
เฟซบุ๊ก Woman\’s story by Dr. Thor
https://health.kapook.com/view187036.html

Categories
สุขภาพผู้หญิง

เคล็ดลับสำหรับสาวๆ เพื่อมดลูกที่แข็งแรง

10 Tips สำหรับผู้หญิง เพื่อ “มดลูก” ที่แข็งแรง

สำหรับผู้หญิงแล้ว คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าอวัยวะภายในอย่างมดลูก เพราะหากมดลูกไม่แข็งแรง นอกจากจะบั่นทอนสุขภาพกายของตัวเองแล้ว ยังบั่นทอนถึงอารมณ์ถายในจิตใจด้วย

หากถามว่า แล้วคุณผู้หญิงจะดูแลตัวเองอย่างไร วันนี้เราก็มีเคล็ดลับเพื่อมดลูกแข็งแรงมากฝากกันค่ะ

10 เคล็ดลับสำหรับสาวๆ เพื่อมดลูกที่แข็งแรง

1.ดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรง

สุขภาพใจเป็นเรื่องสำคัญสุดของร่างกายค่ะ เพราะสุขภาพใจจะมีผลไปถึงสุขภาพกาย โดยเฉพาะความเครียด ที่ทำให้มดลูกไม่ปกติ เพราะระบบฮอร์โมนผิดปกติ ประจำเดือนจึงมาไม่ปกติ การลดความเครียดมีหลายวิธี เช่น รู้จักปลงตก มองโลกในแง่บวก หัวเราะทุกวัน ใช้ชีวิตพอเพียง ประหยัด พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ให้อภัยผู้อื่น มีจุดมุ่งหมายในชีวิต รวมถึงการออกกำลังกายด้วย

2.ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

มดลูกคืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย หากร่างกายแข็งแรง โลหิตจะไหลเวียนไปเลี้ยงได้เต็มที่ ทำให้มดลูกแข็งแรง การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เช่น

  • ดูแลน้ำหนักตัวให้ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ผอมแห้งหรืออ้วนฉุเกินไป
  • นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยคืนละ 6 – 8 ชั่วโมง
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 30 – 40 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
  • งดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ทำให้ภูมิต้านทานดี กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรง สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี ช่วยป้องกันมดลูกอักเสบและมดลูกต่ำ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ จ๊อกกิ้ง เต้นแอโรบิก โยคะ เป็นต้น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ครั้งและประมาณครึ่งชั่วโมง

4.ระวังการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดอาการตกขาว ปวดท้องน้อย มีไข้ มดลูกอักเสบ แม้รักษาหายก็ยังมีอาการปวดมดลูก ปวดประจำเดือน มีตกขาวเรื้อรัง ไข้ทับระดู ไม่ตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้มดลูกดี ดังนั้นควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งกับคนที่ไม่รู้จักไม่รู้ใจหรือไม่แน่ใจ

5.ระวังการติดเชื้อโรคทั่วไป

การติดเชื้อโรคทั่วไปทำให้เกิดอาการมดลูกอักเสบได้ เชื้อโรคทั่วไปนั้นมักปนเปื้อนอยู่กับอุจจาระ ระวังการทำความสะอาด โดยล้างจากด้านหน้าไปยังด้านหลัง เพื่อไม่ให้เชื้อโรคทางทวารหนักมาทำให้ชิ่งคลอดและมดลูกติดเชื้อ

6.ขมิบเพื่อบริหารอุ้มเชิงกรางอย่างสม่ำเสมอ

การขมิบคือ การเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (เหมือนการกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ) วิธีการคือ ให้เกร็งค้างไว้ นับ 1 5 แล้วผ่อนคลาย อาจทำต่อเนื่องกันหรือแบ่งเป็นครั้งละ 20 – 30 ชุดก็ได้ จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง และมดลูกไม่ต่ำ

7.ไม่ยกของหนัก

การยกของหนักทำให้มดลูกต่ำ กระเพราะปัสสาวะกระทบกระเทือน หากจำเป็นต้องยกของหนักควรปัสสาวะก่อน

8.ตรวจร่างกายเป็นประจำ

แม้ว่าเราจะแข็งแรง ก็ควรตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ เพื่อค้นหาโรคในระยะเริ่มแรก โรคภัยไข้เจ็บมีผลต่อมดลูกไม่มากก็น้อย เช่น โรคเบาหวาน อาจทำให้มดลูกอักเสบ ติดเชื้อ เป็นเชื้อรา และโรคเรื้อรังอื่น ๆ อย่างความดันโลหิดสูง โรคไทรอยด์ โรคตับ โรคไต อาจทำให้มีการตกเลือด ประจำเดือนมามากหรือกะปริบกะปรอย

9.ตรวจภายในเป็นประจำตามกำหนดและตรวจทุกครั้งที่พบความผิดปกติ

ความผิดปกติที่ว่าได้แก่ ตกขาวผิดปกติ (มามาก มีสี มีกลิ่น) มีเลือดออกผิดปกติ (กะปริบกะปรอย ประจำเดือนมามาก มานาน) ปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือน เป็นต้น การตรวจภายในสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาการอักเสบ ติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูก จนทำให้มดลูกไม่ดีได้ ทั้งยังสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการผิดปกติของมดลูกได้แต่เนิ่น ๆ เช่น เนื้องอกธรรมดาของโพรงมดลูก เนื้องอกธรรมดาของมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก่อนลงเอยด้วยการตัดมดลูก

10.รับประทานยาสตรี

บำรุงมดลูกให้แข็งแรงได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานยาสตรี การรับประทานยาสตรีสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการบำรุงให้มดลูกแข็งแรงได้ ช่วยบำรุงเลือด ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ขับน้ำคาวปลาคุณแม่หลังคลอดได้ ผู้หญิงประจำเดือนไม่มา ยาสตรีฟลอร่า ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของผู้หญิง จริงๆ ค่ะ

ยาสตรี
ยาสตรี
Categories
สุขภาพผู้หญิง

เช็กด่วน 5 สัญญาณ “ฮอร์โมนผิดปกติ”

เผย 5 สัญญาณจากร่างกาย ซึ่งมีผลมาจาก “ฮอร์โมนผิดปกติ” รู้แล้วรีบเช็ก ก่อนส่งผลร้ายกับตัวเอง

ความผิดปกติของฮอร์โมนเป็นสิ่งที่ทั้งผู้หญิงพบได้อยู่เสมอๆ ซึ่งร่างกายจะส่งสัญญาณบอกให้เรารับรู้ถึงความผิดปกตินั้น เพื่อให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ และรับมือกับมัน แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะบางทีสัญญาณเหล่านั้นอาจกำลังเตือนถึงความผิดปกติร้ายแรงที่กำลังส่งผลร้ายกับสุขภาพ วันนี้เราจึงขอนำตัวอย่างของสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าฮอร์โมนในร่างกายของคุณกำลังผิดปกติ และถึงเวลาที่ควรจะไปพบแพทย์มาบอก ก่อนที่มันจะทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง

อ่อนเพลีย

ความอ่อนเพลีย เกิดได้จากหลายสาเหตุ และถ้ามันเกิดขึ้นจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ คุณก็วางใจได้เลยว่าสุขภาพของคุณยังแข็งแรงอยู่ แต่ถ้าหากเกิดอาการอ่อนเพลีย ร่วมกับการน้ำหนักขึ้น และความอยากอาหารผิดปกติ หรือแม้แต่การทำงานของลำไส้เกิดความเปลี่ยนแปลง นั่นล่ะค่ะคือสัญญาณของโรคไทรอยด์ ซึ่งแปลว่าคุณควรจะไปพบแพทย์โดยด่วนเลยค่ะ

สิวขึ้น

สิวสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าหากเราล้างหน้าไม่สะอาดบ่อยๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไรสำหรับวัยสาว แต่ถ้าหากสิวมันเกิดขึ้นกับคุณวัยทำงานตรงบริเวณครึ่งล่างของใบหน้าละก็ มันอาจจะกำลังส่งสัญญาณถึงระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ที่สูงเกินไป แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่ถึงขั้นคุกคามสุขภาพชีวิตหรอกค่ะ แต่ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยยาบางชนิดเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมน เมื่อระดับฮอร์โมนของคุณปกติแล้วละก็ บรรดาสิวเหล่านี้ก็จะหายไปเองค่ะ

ผมหรือขนยาวเร็วผิดปกติ

ถ้ารู้สึกว่าทำไมช่วงนี้ต้องโกนขนบ่อยกว่าปกติ หรือเส้นผมและขนตามส่วนต่างๆ ของร่างกายยาวขึ้นเร็วผิดปกติ นั่นก็อาจเป็นเพราะร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณว่าอาจมีก้อนเนื้องอกในต่อมไร้ท่อที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) แต่ไม่ต้องกลัวไปค่ะ กรณีเหล่านี้เกิดขึ้นได้ยาก แถมยังสามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการผ่าตัดอีกด้วย

ประจำเดือนผิดปกติ

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคุณสาวๆ ไม่ว่าจะอาการอ่อนเพลียหรืออาการต่างๆ ในช่วงมีประจำเดือนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่น ความเครียด ปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำ หรือรังไข่ทำงานผิดปกติ ซึ่งหากรังไข่ทำงานผิดปกติจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ชัดก็คือประจำเดือนขาด น้ำหนักลด หรือผมและขนยาวเร็วผิดปกติ โดยอาการเหล่านี้สามารถรักษาได้โดยการควบคุมอาหาร หรือการใช้ยาคุมกำเนิด แต่ก็ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาจะดีกว่านะคะ

สัญญาณอันตราย ประจำเดือนไม่ปกติ
ประจำเดือนมาไม่ปกติ สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง?
ประจำเดือนผิดปกติ สาเหตุของโรคอะไรบ้าง?
5 เช็กลิสต์ ประจำเดือนปกติ หรือไม่?

เหงื่อออกเวลานอนหลับ

ถ้าหากห้องนอนของคุณผู้หญิงไม่ร้อนจนผิดปกติแต่เหงื่อก็ยังออกละก็ การที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกร้อนและมีเหงื่อออกนั้นอาจจะเป็นสัญญาณของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำและการตกไข่ที่น้อยลง โดยอาการเหล่านี้เป็นอาการหลักๆ ของผู้หญิงที่เข้าใกล้ถึงวัยหมดประจำเดือน แต่ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีก่อนถึงวัยหมดประจำเดือนจริงๆ ถึงอย่างไรก็ตามก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจอีกครั้งดีกว่านะ

“ฮอร์โมนผิดปกติ” ทั้งหมดนี้คุณจะเห็นได้ว่า หากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายทั้งจากภายในสู่ภายนอก ทั้งทางด้านอารมณ์ไปจนถึงทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ดังนั้น จึงควรหมั่นคอยสังเกตอาการต่างๆ และร่างกายของเราอยู่เสมอ หาตัวช่วยบำรุงฮอร์โมนให้มีความสมดุลด้วยสมุนไพรจาก ยาสตรี วิตามิน หรือในเมนูอาหารมื้อปกติที่เรากิน หากพบความผิดปกติก็อย่ารีรอที่จะไปปรึกษาแพทย์นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก :
health.com
https://health.kapook.com/view99986.html